“ Maxtex Rice Flour Mill ”

บริษัท แม็กซ์เท็กซ์ เทรดดิ้ง กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย ด้านเครื่องจักรเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ข้าว ถั่ว งา กาแฟ ข้าวโพด ผักผลไม้ อาหารทะเล พลาสติก โดดเด่นในด้าน  Optical color sorter หรือ เครื่องคัดแยกสีและสิ่งปลอมปนในผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร  นอกจากนี้ยังรับออกแบบ  ติดตั้งโครงการและนำเสนอ นวัตกรรมใหม่ๆ  ได้แก่ โครงการสกัดซิลิกาจากขี้เถ้าแกลบ ,โครงการผลิตแป้งข้าวสาลี , ระบบ Auto Packing , Robot  และ Sensor Monitoring  ฯลฯ  ซึ่งในปัจจุบัน แม็กซ์เท็กซ์กรุ๊ป ได้ทำการเปิดตัวโครงการ “Maxtex Rice Flour mill” ได้จัดทำเครื่องต้นแบบ “ Prototype”  กระบวนการสกัดแป้งจากข้าวชนิดต่างๆ  โดยกรรมวิธีผลิตแบบโม่น้ำ ( Wet Method )

 
1) ในกระบวนการแปรรูปข้าวของธุรกิจโรงสีและผู้ส่งออก จะได้ ปลายข้าวหรือข้าวหัก ซึ่งเป็นข้าวที่มีราคาไม่สูง  แต่ถ้านำ ปลายข้าวหรือข้าวหัก ดังกล่าวมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (แป้งข้าว) จะทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ปลายข้าวหรือข้าวหัก

2) เทรนด์รักสุขภาพ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และความต้องการเฉพาะกลุ่ม
ความใส่ใจในสุขภาพที่มากขึ้นของผู้บริโภค เช่น การลดอาหารที่ทำจากข้าวสาลี เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคภูมิแพ้ ที่เกิดจาก กลูเตน (Gluten) โปรตีนในแป้งข้าวสาลี ซึ่งมีการนำข้าวไทย หรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ มาทำแป้งเพื่อทำขนม ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ทดแทนมากมาย หนึ่งในนั้นคือแป้งข้าว โดยที่การนำเข้าข้าวสาลีหรือแป้งข้าวสาลีนั้นราคาจะสูงกว่าข้าวเจ้า/ข้าวเหนียว ที่ เรามีแหล่งเพาะปลูกอยู่แล้ว จึงได้มีการคิดค้นและทดลองมากมาย ซึ่งสามารถใช้แทนแป้งข้าวสาลีแล้ว 100% เช่นการ นำแป้งข้าวหอมมะลิมาทำเบเกอรี่ ขนมปัง คุกกี้ต่างๆ

 3) การเน้นคุณภาพ และความปลอดภัย 
การสร้างมาตรฐานให้กับสินค้า ด้วยการลงทุนเครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย และลดการใช้แรงงาน ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต และสามารถควบคุมการผลิตให้มีมาตรฐาน จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้บริโภค
การมีเครื่องจักรที่ดีมีคุณภาพช่วยส่งเสริมให้วัตถุดิบที่ได้จากการผลิตมีคุณภาพด้วย

4) ความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
แป้งข้าว สามารถนำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นๆได้ เช่น ขนม, ขนมปัง, เบเกอรี่, อาหาร, ส่วนผสม, เครื่องปรุงอาหาร, เครื่องสำอาง, แคปซูลยา ฯลฯ

ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

การวิเคราะห์ (SWOT) 
จุดแข็ง (STRENGTH : S)
1) วัตถุดิบส่วนใหญ่สามารถหาได้จากในประเทศศักยภาพในการผลิตวัตถุดิบสูงเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรและมีประสบการณ์ในการเพาะปลูกสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว

2) ต้นทุนค่าแรงงานยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

3) ผู้ประกอบการมีประสบการณ์ในการผลิตยาวนานมีการวิจัยตลาดเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่เสมอโดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
 

จุดอ่อน (WEAKNESS : W)
1) แม้ว่าวัตถุดิบจะใช้ในประเทศแต่ต้นทุนการผลิตวัตถุดิบก็มีแนวโน้มสูงขึ้นจึงทำให้ผู้ผลิตวัตถุดิบเป็นกลุ่มประชากรที่มีสัดส่วนในรายได้ประชาชาติต่ำกว่าที่ควร

2) การแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวยังมีน้อยมีผลงานการวิจัยแต่ไม่สามารถพัฒนาในลักษณะเชิงพาณิชย์ได้มากนัก


3) ขาดองค์กรเฉพาะทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวและเทคโนโลยีการผลิตที่ชัดเจนและองค์กรเกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบไม่เข้มแข็ง 

โอกาส (OPPORTUNITY : O)
1) มีโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและวิจัยตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะอาหารเช้าที่ทำจากธัญพืช (ซีเรียล) อาหารสำเร็จรูปที่มีข้าวเป็นส่วนประกอบเส้นหมี่และขนมอบกรอบ

2) การเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้มีการเพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากขึ้นอันจะทำให้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและเพิ่มปริมาณการส่งออกในผลิตภัณฑ์ต่างๆตามที่ตลาดต้องการได้

3) มีโอกาสในการขยายตลาดส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวหลังการเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเนื่องจากมีประชากรประมาณ 580 ล้านคน

 

ข้อจำกัด (THREAT : T)
1) การส่งออกข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวยังคงมีการกีดกันการค้าในรูปแบบต่างๆทั้งที่เป็นมาตรการด้านภาษีในรูปของการกำหนดให้เป็นรายการที่ต้องขออนุญาตนำเข้ารวมทั้งกีดกันในรูปการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสูงโดยบางประเทศจัดเก็บภาษีนำเข้าแบบก้าวหน้าหรือขั้นบันไดตามลำดับขั้นตอนของกระบวนการแปรรูปและบางประเทศได้ใช้มาตรการไม่ใช่ภาษีเช่นสุขอนามัยพืชและสุขอนามัยอาหารรายงานการพิจารณาศึกษาการส่งเสริมเกษตรแปรรูปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกรณีข้าว 35

2) การส่งออกยังมีปัญหาในการกำหนดราคาขายในรูปของราคา F.O.B. เนื่องจากการพาณิชย์นาวีของไทยยังไม่พัฒนาเท่าที่ควรยังต้องพึ่งพาเรือต่างประเทศซึ่งต้องประสบปัญหาการขึ้นราคาค่าระวางเรือและค่าตู้คอนเทนเนอร์ในอัตราที่สูงนอกจากนี้ยังมีปัญหาในด้านขั้นตอนการส่งออกที่ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน

3) ขาดเทคโนโลยีในการประชาสัมพันธ์สินค้าในต่างประเทศที่ทันสมัยการขยายตลาดใหม่ๆจึงทำได้ยากและเสียโอกาสทางการตลาด

4)ประเทศไทยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องข้าวกระจัดกระจายไม่ได้รวบรวมไว้ที่เดียวจึงทำให้การวางแผนทำได้ยาก

กระบวนการสกัดแป้งจากข้าว ด้วย  Maxtex Rice Flour Mill
โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นเป็นโรงงานขนาดเล็กโดยเฉพาะโรงงานผลิตภัณฑ์จากแป้ง มีจำนวน 1,026  ราย และในจำนวนนี้ เป็นโรงงานขนาดเล็ก (SME) ถึง 980 โรงงาน ซึ่งยังไม่มีเทคโนโลยี และเครื่องจักรที่มีคุณภาพในการผลิตที่มีมาตรฐานดีเพียงพอ แต่ในทางตรงกันข้าม ความต้องการแป้งข้าวที่มีมาตรฐานนั้นมีมูลค่าที่สูงขึ้น
โดยโรงงานต่างๆ มีกระบวนการทำแป้ง  3 วิธี ที่แตกต่างกันออกไป  ดังนี้

1) การโม่แห้ง  เป็นการนำวัตถุดิบมาโม่และร่อน บรรจุ โดยไม่ผ่านกระบวนการปรุงสุก ทำให้อายุแป้งน้อยมาก

2) การโม่น้ำ มีกระบวนการล้างแช่ โม่ด้วยน้ำ ผ่านกระบวนการรีดน้ำ นวด ตี และปรุงสุกด้วยวิธีการอบและบรรจุ ทำให้อายุยาวนานเกิน 2 ปี

3) การโม่แบบผสม  มีการล้างข้าวแช่ข้าว แต่ไม่ได้มีการโม่พร้อมน้ำ ในการโม่นี้จึงได้แป้งแบบแห้งแล้วอบ เป็นการทำแบบครึ่งๆกลางๆทำให้อายุแป้งยังน้อยกว่าการโม่น้ำ ครึ่งนึง
 

และในส่วนของ Maxtex Rice Flour Project นั้นเป็นกระบวนการผลิตแป้ง แบบโม่น้ำ ซึ่งจุดเด่น ดังนี้

1) อายุแป้งยาวนานกว่าวิธีการอื่นๆ ถึง สองหรือสามเท่า (ระยะเวลา 2 ปี)

2) ในระบบการโม่น้ำนี้สามารถดัดแปลง ไปใช้กับการทำผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว แป้งถั่ว
ซึ่งในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการแปรรูปข้าวประเทศไทย มีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวถึง 9% ( คิดจากปริมาณของข้าวที่ประเทศผลิตได้ ) เช่น ขนม อาหารสัตว์ ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ ขนมจีน แป้งต่างๆ เป็นต้น

3) กำลังการผลิตสูง ทำได้ตั้งแต่ ธุรกิจขนาดเล็กจนถึงโรงงานใหญ่

4) ในการทำสายการผลิต เพิ่มได้สูงสุด50ตัน/วัน ต่อหนึ่งสายการผลิต

5) ตัวแป้งมีความเนียนสวยละมุนมากกว่าวิธีการโม่แบบอื่นๆ

การลงทุน
Maxtex rice flour project มีกระบวน ผลิตแป้งข้าว ได้ตั้งแต่ เริ่มต้นที่ 150 กก./ชม. จนถึงใหญ่สุดที่ 2,500 กก./ชม. ซึ่ง Maxtex สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของลูกค้า
โดยในการลงทุนนั้น จะมีระยะเวลาคืนทุนภายใน 1 ปี ไม่ว่าจะผลิตขนาดโรงงานใหญ่ หรือSME  Maxtex สามารถทำได้ เนื่องจาก Maxtex มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญการผลิตแป้งข้าวด้วยวิธีการโม่น้ำ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในวงการการผลิตแป้ง
สามารถทำกำไรได้สูงสุด 180% ต่อวัน หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว 

นวัตกรรม ต่อยอด

1) การผลิตเครื่องสำอาง ที่เป็นออแกนิก

2) แป้งพัฟทาหน้า

3) แป้งเด็ก

4) คลีนเซอร์

5) ใช้ในทางการแพทย์

6) เจลแปะเเผล

7) ใช้เป็นส่วนผสมในการทำยาเม็ด 

New  Business  Model
ในการทำโครงการ Maxtex Rice Flour Mill แม็กซ์เท็กซ์ได้มีการนำเสนอแนวคิด การทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ นั่นคือ
การทำ Mini factory เพื่อแสดงกระบวนการผลิตแป้งข้าว ให้กับผู้บริโภคได้เห็นว่า การผลิตแป้งข้าวนั้น มีคุณภาพ สด สะอาด และปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ  โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

1) ส่วนของ Mini factory มีการจัดแสดงเครื่องจักรที่ผลิตแป้งข้าวให้เห็นผ่านห้องกระจกใส หรือจอทีวี

2) ส่วนของร้านเบเกอรี่ ที่นำแป้งข้าวจาก Mini factory มาผลิตเป็นขนมชนิดต่างๆ มากมายให้กับลูกค้า มานั่งทานในร้านและสามารถซื้อกลับบ้านได้

3) ส่วนของแป้งข้าวที่ผลิตได้นั้น  จะจัดโชว์ผลิตภัณฑ์แป้งที่มีสูตรพิเศษ ของเราเอง   สามารถซื้อไปทำขนมได้ที่บ้าน

ซึ่งในการทำธุรกิจรูปแบบใหม่นี้  จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก สามารถลงทุนได้ เพราะ แม็กซ์เท็กซ์ มีขนาดของโครงการให้เลือกลงทุน มีทั้ง ขนาดเล็ก กลาง และใหญ่
Powered by MakeWebEasy.com